ยินดีต้อนรับสู่เวปไซต์ทางการของสมาคมวิชาชีพ เพื่อศาสตร์ทางด้านศัลยกรรมตกแต่งเสริมสวย โดยจะเป็นแหล่งความรู้และข้อมูลที่ถูกต้องสำหรับประชาชนทั่วไป จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของผู้ที่มุ่งหวังแต่ผลประโยชน์ส่วนตน

"ร้อยไหม" ผิดวิธี เสี่ยงหน้าพัง เสียเงินฟรี

Posted by TNN Life News on Thursday, 9 March 2017

เตือน "หมอ" ถูกหลอกอบรม


แอบฟังพี่หมู กับน้องหมอจ๋า คุยข่าวกันหลังข่าว

พี่หมู......... น้องหมอจ๋า อ่านข่าวรึยังที่เค้าเขียนไว้ "หมอก็ยังโดนเอง จากการทดลองฉีดใบหน้า" สงสัยจังว่าทำไมถึงหมอถึงยอมให้ทดลองหละ

น้องหมอจ๋า..... ไม่มีความเห็นหรอก เพราะเราไม่รู้รายละเอียด แต่โดยหลักการทั่วไปแล้ว ทางการแพทย์กว่าจะนำอะไรมาใช้เข้าในร่างกายมนุษย์ ต้องผ่านการทดลองหลายขั้นตอนจนกระทั่งได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องเหล่านี้อยู่ก่อนเอามาใช้จริง เวลาที่เค้าอนุญาตก็อนุญาตให้ใช้กับบางกรณีด้วยนะ ไม่ใช่เหมารวมว่าใช้ได้กับทุกอย่าง

อ้อ อีกอย่าง ใช้แล้วถ้าเกิดปัญหาจะถูกระงับ ให้หยุดใช้ไปก่อนจนกว่าจะได้รับการตรวจสอบว่าปลอดภัยจริงๆ แต่เดี๋ยวนี้ข้อมูลข่าวสารไวมาก ผู้ผลิตเค้าก็พยายามเข้าถึงคนไข้โดยตรง ทั้งที่บางข้อมูลก็ยังไม่ชัดเจนจนถึงขั้นตอนสุดท้าย แต่คนไข้ใจร้อนชอบลองก็มี บางรายก็ไม่มีความรู้ที่ถูกต้องหรือรู้ไม่หมด พอเค้าว่าดีก็ทำตามกัน ประวัติศาสตร์ก็มี เหมือนสมัยก่อนไงที่ฉีดซิลิโคนเหลวกันเยอะ พอรู้ว่าปัญหามากมายก็เตือนกัน ส่วนใหญ่ก็หยุดแล้ว แต่แปลกนะบางคนที่รู้ว่าไม่ดี ก็ทำ ทำนองว่าไม่เจอกะตัวก็ไม่หลาบ

พี่หมู...... แต่เดี๋ยวนี้เค้าก็กลับมาฮิตฉีดโน่นนี้อีก เห็นโฆษณากันเต็มไปหมด ขนาดหมอยังพูดว่าตัวหมอก็ฉีดเหมือนกัน มันไม่แย่ไปใหญ่รึ

น้องหมอจ๋า..... พี่หมู สารสังเคราะห์มีตั้งมากมาย ขึ้นกับว่าจะฉีดอะไร เพื่อผลอย่างไร หลักๆก็สองเป้าหมาย

กลุ่มแรกพี่หมูคงคุ้นเคยอยู่ ก็เป็นโบท๊อก ( botox ) สารที่ทำให้กล้ามเนื้อเป็นอัมพาต อ๊ะอย่างเวลาพี่หมูยิ้มมีรอยย่นตื้นๆรอบตาแบบนี้ จะฝึกยิ้มไม่ให้ตาย่นมากก็ได้นะไม่ต้องเจ็บตัวหรือเสียตัง หรือจะใช้โบท๊อก ฉีดในปริมาณที่พอเหมาะ ตัวยาจะไปช่วยทำให้กล้ามเนื้อที่จะทำให้เกิดรอยย่นรอบๆตาลดการหดตัว ปากยิ้มตาก็ยิ้มไม่ออก รอยย่นก็เห็นไม่ชัดเท่าเดิม แต่ผลก็เป็นผลชั่วคราว หากบังเอิญฉีดแล้วไปโดนกล้ามเนื้ออื่น เช่น กล้ามเนื้อเปิดตา แล้วลืมตาไม่ขึ้น ก็ยังหายได้ แต่ใช้เวลาหน่อย เลยถือว่าค่อนข้างปลอดภัย แต่ฉีดมากไปก็แลดูไม่เป็นธรรมชาติ

พี่หมู....... มิน่าบางคนดูหน้าแข็งๆวาวๆนี่เอง แต่บางคนก็ดูแก้มอิ่ม ดั้งจมูกโด่ง โดยไม่ต้องใส่ซิลิโคน

น้องหมอจ๋า..... เข้าใจผิดแล้ว โบท๊อก หนะ เค้ารับรองให้ใช้ฉีดเพื่อลดริ้วร้อยจากผลของกล้ามเนื้อ ไม่ใช่ฉีดเพื่อเสริม นี่กำลังจะบอกต่อว่า สารกลุ่มที่สองเป็นประเภท สารเติมเต็ม หรือ ฟิลเลอร์ ( filler ) หลักๆก็มีอีกสามกลุ่ม กลุ่มแรกฉีดแล้วตัวสารสลายไปหมด แต่อาจคงเหลือเยื่อพังผืดอยู่บ้าง ไม่ใช่ว่าเนื้อเยื่อจะเหมือนเดิมร้อยเปอร์เซนต์ หมอเลยนิยมเอามาฉีดให้ โดยการรับรองจะให้ใช้เป็นสารเติมเต็มพื้นที่เล็กๆ เช่น หลุมสิว เป็นต้น ที่มีมานานแล้ว เป็นพวกคอลลาเจน ปัจจุบันที่เคยได้ยินอย่างแพร่หลาย ก็มีกลุ่มไฮยารูโลนิก แอสิท ( hyaluronic acid)

พี่หมู..... อ้าวก็สลายไปหมด แล้วจะเหลืออะไร

น้องหมอจ๋า ก็อย่างที่บอกไปแล้ว ถ้าเป็นพื้นที่เล็ก จะยังมีเยื่อพังผืดอยู่บ้าง จึงพอได้ผล แต่ถ้าจะเอาไปใช้ส่วนที่ต้องเติมเต็มมากๆ ก็ย่อมไม่ได้ผลตามที่ต้องการ แต่ประเด็นดังกล่าว ก็มีการนำไปสร้างแนวคิดว่าให้คนลองฉีดเพื่อเสริมจมูกดูก่อน ถ้าไม่ชอบค่อยเปลี่ยนไปเป็นเสริมแบบซิลิโคนแท่ง แต่อย่าลืมว่าผิวหนังจะไม่เหมือนผิวหนังคนอื่นๆที่ไม่เคยฉีดมาก่อน ผลการผ่าตัดก็มีโอกาสที่ไม่ได้ผลเหมือนคนที่ไม่มีเยื่อพังผืดอยู่ด้านใต้ผิวหนัง

พี่หมู...... งั้นก็ฉีดกลุ่มกึ่งถาวร หรือเอาแบบที่อยู่ถาวรไปเลยดีไม๊

น้องหมอจ๋า กลุ่มกึ่งถาวรหมายถึงกลุ่มสอง ที่เอาไฮยารูโลนิก แอสิท ( hyaluronic acid) มาผสมกับสารอื่นให้อยู่นานขึ้น ต้องระวังด้วยเพราะบางทีหมอบางท่านอาจจะพูดสั้นๆว่าเป็นกลุ่ม hyaluronic acid ทำให้เข้าใจไปเองว่าสลายหมด แต่จริงๆอาจจะไม่หมดร้อยเปอร์เซนต์ หรืออาจจะก็เอาสารตัวโน้นผสมตัวนี้ กลายเป็นเหมือนคอกเทล เอ หรือพี่หมูจะฉีดกลุ่มสามเลยไม๊ อยู่ถาวรเลย แต่ถ้าเกิดฉีดแล้วไม่ชอบ มีปัญหาทำไงหละ

พี่หมู......จริงเนอะ เห็นบางคนจมูกแปลกๆเหมือนมีตัวหนอนมาวางอยู่ ถ้าพี่เป็นแบบนั้นแล้วจะแก้ไขทำไงดีละ น้องหมอจ๋า...... หมอที่เค้าฉีดเค้าก็พยายามหาทางออกอยู่แหละ จะเอาสารอีกตัวฉีดเข้าไปสลายสารที่มีอยู่ แต่พี่หมูเข้าใจไม๊ว่า ถ้าเปรียบเนื้อเราเหมือนขนมปัง ไม่ว่าพี่หมูจะทาแยม ทาเนย หรือทากาว พี่หมูเปลี่ยนใจเช็ดเอาออก ขนมปังของพี่หมูจะมีเนื้อเหมือนสดใหม่รึเปล่าหละ

พี่หมู..... ก็พอเข้าใจว่าเนื้อเราก็คงไม่เหมือนเนื้อแบบเดิม และถ้ายิ่งเป็นกาวทาแล้วอยากเอากาวออก คงต้องถึงขนาดตัดเนื้อขนมปังด้วย ถูกไม๊ แสดงว่าไม่มีอะไรดีเลยหรือ แล้วทำไมหมอหลายรายชอบฉีดให้ตัวเอง

น้องหมอจ๋า..... ไม่ใช่ว่าไม่ดี โดยหลักการหนะดี แต่หลายๆสารเติมเต็มหรือฟิลเลอร์ เหมาะกับใช้ในบางเรื่อง และบางเรื่องยังอยู่ในขั้นตอนการดูผลระยะยาว เลยไม่อยากแนะนำให้ฉีดเพื่อเสริมในตอนนี้ หรือพี่หมูจะเป็นแนวหน้าดีหนอ

พี่หมู...... ฟังแล้วยังดีกว่า ทำไมคนเราช่างลำบาก ต้องดิ้นรนเพื่อความสวยงามขนาดนี้

น้องหมอจ๋า...... มันเป็นกระแสค่านิยมไปแล้ว มันลามเร็วมากและเป็นก้าวกระโดดในทางที่ไม่น่าสนับสนุนเท่าไหร่ เพราะกลายเป็นว่าคนไม่รู้จักสวยในแบบที่ตัวเราเองเป็นอยู่ แต่กลายเป็นชอบเลียนแบบคนอื่น แพทย์ส่วนใหญ่จะมีบทบาทที่จะช่วยให้ข้อมูลข้อเท็จจริง สามารถที่จะช่วยดึงให้กระแสการทำศัลยกรรมตกแต่ง เสริมสวย ไม่โอเวอร์จนเกินไปได้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ ที่มีบางส่วนอิงกับเรื่องผลประโยชน์ทางธุรกิจ ผู้ผลิตต่างๆเห็นจุดอ่อนตรงนี้ จึงทำการตลาดเข้าหาผู้บริโภคโดยตรงก่อน เพื่อให้แพทย์กลับมาตามผู้บริโภคอีกต่อหนึ่ง

พี่หมู.....ถ้ามีลูกหลานคงต้องใกล้ชิด และสอนให้รู้จักพอใจในสิ่งที่เค้าได้มาจากเราเนอะ หน้าตาเราก้อออกจะดี

น้องหมอจ๋า อืม........ถ้ามองในแง่ที่ดี ในทางการแพทย์ก็ถือเป็นวิวัฒนาการที่ก้าวหน้าขึ้น ข้อมูลหลายอย่างก็เอาไปประยุกต์ใช้ในด้านอื่นๆด้วย ไม่ใช่ว่าใช้เฉพาะเรื่องสวยๆงามๆอย่างเดียว ยกตัวอย่างนะ บางโรคที่เค้าเป็นโรคกระตุกไม่หาย จากกล้ามเนื้อกระตุกตลอดเวลา ก็มีการนำเอาสารนี้ไปใช้บ้างเหมือนกัน เป็นเชิงการรักษาโรค หรือเรื่องของฟิลเลอร์ หรือสารเติมเต็ม ถ้านำไปใช้ให้เหมาะสมแล้วมีประโยชน์หลายอย่างเชียว เพียงแต่ในปัจจุบันอาจจะยังไม่เจอฟิลเลอร์ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนอย่างที่เราต้องการไง

เมื่อไหร่เจอ ไม่ต้องห่วงเลย หมอคงหันมาฉีดกันเต็มไปหมด แต่อย่าลืมทำอะไรก็ต้องมีประตูหรือทางออกเตรียมไว้ด้วยนะพี่หมู...............

22 Jun 2011